ให้บริการได้ดำเนินการทบทวนงานศึกษาความเหมาะสมฯ โครงการทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) โดยในขั้นตอนนี้ได้ทำการรวบรวมข้อมูลรูปแบบของโครงการที่เป็นประโยชน์ในการออกแบบรายละเอียดโครงการ อาทิ แนวสายทาง รูปแบบโครงสร้างทางยกระดับ ทางแยกต่างระดับ รูปแบบทางขึ้น-ลง ตำแหน่งด่านและอาคารด่านจัดเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง มูลค่าลงทุนโครงการ และผลการวิเคราะห์ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน เป็นต้น

1. แนวสายทางโครงการ
 
              มีจุดเริ่มต้นที่บริเวณ Terminal 3 ของท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งออกแบบโครงการเชื่อมประตูทางเข้า-ออก Terminal 3 ในแนวทิศเหนือ-ใต้ โดยรถที่ออกจาก Terminal 3 จะมุ่งหน้าไปทางพิเศษบูรพาวิถี จากนั้นแนวสายทาง จะก่อสร้างเป็นโครงสร้างทางยกระดับขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) อยู่ด้านบนและไปตามแนว ถนนอาจณรงค์ผ่านบริเวณด้านหน้าโรงเรียนสามัคคีสงเคราะห์จะมีทางขึ้นส าหรับรถทั่วไปเข้าใช้โครงการได้ มุ่งหน้า ไปทางพิเศษบูรพาวิถี เมื่อผ่านบริเวณประตูทางเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 1 และ 2 จะมีทางขึ้นส าหรับ รถบรรทุก (Exclusive Lane) จาก Terminal 1 และ 2 เข้าใช้โครงการได้ มุ่งหน้าไปทางพิเศษฉลองรัช จากนั้น แนวสายทางจะข้ามถนนเลียบทางรถไฟสายเก่าปากน้ า และโครงการจะแยกเป็นขาทางเชื่อม (Ramp) เข้าเชื่อม กับทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) ประกอบด้วย ขาทางเชื่อม (Ramp) ในทิศทางไปทางพิเศษบูรพาวิถี และขาทางเชื่อม (Ramp) ทิศทางไปทางพิเศษฉลองรัช มีระยะทางประมาณ 2.25กิโลเมตร


 
2. รูปแบบโครงสร้างทางยกระดับ
 
         รูปแบบโครงสร้างทางยกระดับมีความสูงประมาณ 13 เมตร จากระดับผิวถนนอาจณรงค์ ผิวทาง จราจรขนาด 4 ช่องจราจร (2 ช่องจราจรต่อทิศทาง) ความกว้างของช่องจราจร ช่องละ 3.5 เมตร โดยรูปแบบ โครงสร้างทางยกระดับเป็นคานคอนกรีตอัดแรงหล่อส าเร็จรูปตัวไอ (I Girder) มีความยาวช่วงสะพาน (Span) 30 เมตร เนื่องจากรูปแบบโครงสร้างนี้มีราคาก่อสร้างที่ไม ่สูงมาก มีความเหมาะสม กับรูปแบบแนวสายทางที่อยู่ในพื้นที่ที่มีข้อจ ากัดในเรื่องเขตทางที่แคบ สามารถก่อสร้างได้โดยไม ่ต้องมีการใช้ เครื่องมือเครื่องจักรขนาดใหญ่มาก ซึ่งจะสามารถลดผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดในระหว่างก่อสร้างได้ รวมถึงมีความ สอดคล้องกับโครงสร้างทางพิเศษที่ต่อเนื่องคือทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์(S1) และทางพิเศษฉลองรัช ซึ่งมี รูปแบบโครงสร้างเป็นคานคอนกรีตรูปตัวไอเช่นกัน
 
รูปแบบโครงสร้างทางแยกต่างระดับที่เหมาะสมที่สุด
โครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรงหล่อสำเร็จรูปตัวไอ (I Girder)
 
รูปตัดโครงสร้างทางพิเศษบนถนนอาจณรงค์
 
3. รูปแบบทางขึ้น-ลงของโครงการ
 
 รูปแบบทางขึ้น-ลงทางพิเศษของโครงการ ประกอบด้วย ทางขึ้นของโครงการ 3 แห่ง และทางลง ของโครงการ 1 แห่ง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

               ทางขึ้นจุดที่ 1 บริเวณประตูทางเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 3 จะเป็น Ramp ขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งออกแบบเป็น Interchange และวงเวียน โดยรถที่ออกจาก Terminal 3 สามารถใช้ Interchange ขึ้นใช้ทางพิเศษของโครงการได้โดยตรงโดยไม ่ตัดกระแสจราจรบนถนนอาจณรงค์ และรถที่ไม่ได้มาจาก Terminal 3 สามารถใช้วงเวียนเข้าเชื่อม Interchange เพื่อขึ้นใช้ทางพิเศษของโครงการเชื่อมต่อไปยังทางพิเศษบูรพาวิถี ในส่วนของวงเวียนจะรองรับรถที่ไม ่มีความประสงค์จะใช้ทางพิเศษของโครงการ

               ทางลงจุดที่ 1 บริเวณประตูทางเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 3 จะเป็น Ramp ขนาด 2 ช่องจราจร ซึ่งออกแบบเป็น Interchange และวงเวียน โดยรถที่มาจากทางพิเศษบูรพาวิถีและทางพิเศษฉลองรัช สามารถใช้ Interchange เข้า Terminal 3 ได้โดยตรง และรถที่ไม่มีความประสงค์จะเข้าท่าเรือกรุงเทพ สามารถ ใช้ Ramp ทางลงขนาด 1 ช่องจราจร เข้าสู่วงเวียนเชื่อมต่อถนนอาจณรงค์ได้
 
ทางขึ้น-ลงจุดที่ 1 บริเวณประตูเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 3
 
 
               ทางขึ้นจุดที่ 2 บนถนนอาจณรงค์ (บริเวณด้านหน้าซอยส านักงานเขตคลองเตย) จะเป็น Ramp ขนาด 1 ช่องจราจร ซึ่งออกแบบเป็น Ramp ทางขึ้น ส าหรับรถทั่วไปและรถบรรทุกสินค้าที่อยู่บนถนนอาจ ณรงค์ เพื่อขึ้นใช้ทางพิเศษของโครงการเชื่อมต่อไปยังทางพิเศษบูรพาวิถี

ทางขึ้นจุดที่ 2 จากถนนอาจณรงค์
 
 
               ทางขึ้นจุดที่ 3 บริเวณประตูทางออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 1 และ 2 จะเป็น Ramp ขนาด 1 ช่องจราจร ซึ่งออกแบบเป็นช่องทางเฉพาะส าหรับรถบรรทุกที่ออกจาก Terminal 1 และ 2 จะใช้ช่องทาง เฉพาะขึ้นใช้ทางพิเศษของโครงการได้โดยตรง โดยไม่ตัดกระแสจราจรบนถนนอาจณรงค์เชื่อมต่อไปยังทางพิเศษ ฉลองรัช
 
ทางขึ้นจุดที่ 3 บริเวณประตูเข้า-ออกท่าเรือกรุงเทพ Terminal 1 และ 2
 
4.  ผลคาดการณ์ปริมาณจราจรของโครงการ
 
              โครงการทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพและทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) มีรถที่เข้ามาใช้บริการ ในโครงการ 3 ประเภท คือ รถ 4 ล้อ รถ 6-10 ล้อ และรถมากกว่า 10ล้อ ทั้งนี้การคาดการณ์ปริมาณจราจรของ โครงการทั้งขาขึ้นและขาลง โดยในปีเปิดโครงการ (พ.ศ. 2568) จะมีปริมาณจราจรประมาณ 14,400 คัน/วัน
 
5.  ด่านเก็บค่าผ่านทาง และอาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทาง
 
  • ด่านเก็บค่าผ่านทาง
    ด่านเก็บค่าผ่านทางของโครงการ ประกอบด้วย ด่านขาขึ้นใช้ทางพิเศษของโครงการ 2 แห่ง และด่านขาลงจากทางพิเศษของโครงการ 2 แห่ง แสดงดังรูปที่ 1.1-8 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
                  จุดที่ 1 : ด่านขาขึ้น บริเวณด้านหน้าอาคารส านักงาน ปตท. พระโขนง เพื่อรองรับปริมาณ จราจรที่ออกจาก Terminal 3 และรองรับปริมาณจราจรจากถนนอาจณรงค์ที่ขึ้นใช้พิเศษของโครงการ โดยมุ่งหน้า ไปทางพิเศษบูรพาวิถี ประกอบด้วยจ านวนช่องเก็บค่าผ่านทางทั้งหมด 3 ช่องจราจร (MTC, ETC, MTC/ETC) แสดงดังรูปที่ 1.1-9

                   จุดที่ 2 : ด่านขาขึ้น บริเวณประตูทางออก Terminal 1 และ 2 เพื่อรองรับปริมาณจราจร ที่ออกจาก Terminal 1 และ 2 โดยมุ่งหน้าไปทางพิเศษฉลองรัช ประกอบด้วยจ านวนช่องเก็บค่าผ่านทางทั้งหมด 1 ช่องจราจร (MTC/ETC) แสดงดังรูปที่ 1.1-10

                   จุดที่ 3 : ด่านขาลง บริเวณขาทางเชื่อม (Ramp) ทางพิเศษสายบาง-อาจณรงค์ (S1) - ท่าเรือกรุงเทพ เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่มาจากทางพิเศษบูรพาวิถีโดยมุ่งหน้าไปท่าเรือกรุงเทพที่Terminal 3 ประกอบด้วย จ านวนช่องเก็บค่าผ่านทางทั้งหมด 3 ช่องจราจร (MTC, ETC, MTC/ETC)      แสดงดังรูปที่ 1.1-11

                   จุดที่ 4 : ด่านขาลง บริเวณด่านอาจณรงค์ 1 ทางพิเศษฉลองรัช - ท่าเรือกรุงเทพ (มาจาก ทางพิเศษฉลองรัช) ซึ่งเป็นด่านที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อรองรับปริมาณจราจรที่มาจากทางพิเศษฉลองรัชเพื่อเข้าใช้ ทางพิเศษเฉลิมมหานครเชื่อมต่อไปยังท่าเรือกรุงเทพ ดังนั้น เมื่อมีการพัฒนาโครงการฯ รถที่มาจากทางพิเศษ ฉลองรัชผ่านด่านอาจณรงค์ 1 จะสามารถใช้ทางพิเศษของโครงการเชื่อมต่อเข้าท่าเรือกรุงเทพได้โดยตรง โดยไม่ตัดกระแสจราจรบนทางพิเศษเฉลิมมหานคร เป็นทางเชื่อม 1 ช่องจราจร ที่ติดตั้งอุปกรณ์นับรถแบบ Free Flow Gantry (Counting)
รูปที่ 1.1-8 ด่านเก็บค่าผ่านทางของโครงการ
 
รูปที่ 1.1-9 ด่านขาขึ้น บริเวณด้านหน้าอาคารส านักงาน ปตท. พระโขนง
 
รูปที่ 1.1-10 ด่านขาขึ้น บริเวณประตูทางออก Terminal 1 และ 2
 
รูปที่ 1.1-11 ด่านขาลง บริเวณขาทางเชื่อม (Ramp) ทางพิเศษสายบาง-อาจณรงค์ (S1) – ท่าเรือกรุงเทพ
 
  • อาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทางของโครงการ มี 2 แห่ง แสดงดังรูปที่ 1.1-12 ซึ่งมี รายละเอียดดังนี้

                   จุดที่ 1 : บริเวณพื้นที่สีเขียว (สนามหญ้า) บนพื้นที่เช่าของ ปตท. (กทท. เป็นเจ้าของ กรรมสิทธิ์ที่ดิน) เป็นอาคาร 2 ชั้น บนทางยกระดับ เพื่อควบคุมด่านขาขึ้นในจุดที่ 1 และจุดที่ 2 แสดงดังรูปที่ 1.1-13

                   จุดที่ 2 : บริเวณทางแยกต่างระดับอาจณรงค์ (ด่านอาจณรงค์ 3) เป็นอาคาร 2 ชั้น บนทาง ยกระดับ เพื่อควบคุมด่านขาลงในจุดที่ 3 แสดงดังรูปที่ 1.1-14
 
6.  ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางและอัตราค่าผ่านทาง
 
               ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางของโครงการเป็นระบบเปิด (Open System) คือ เก็บค่าผ่านทาง ในอัตราคงที่ตามรูปแบบของทางพิเศษเฉลิมมหานคร และมีรูปแบบของระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง แบบมีด่าน เก็บค่าผ่านทาง โดยอ้างอิงจากรูปแบบการจัดเก็บค่าผ่านทางที่มีอยู่เดิม การออกแบบแนวสายทางและต าแหน่ง ที่ตั้งของด่านใหม่จะเป็นช่องเก็บค่าผ่านทางในอัตราเดียวกันกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร และเป็นช่องเก็บ ค่าผ่านทางแบบ MTC, ETC และ MTC/ETC (ระบบเก็บค่าผ่านทางแบบเงินสด MTC, ระบบเก็บค่าผ่านทาง อัตโนมัติETC)
               อัตราค่าผ่านทางของโครงการฯ จัดเก็บค่าผ่านทางในอัตราเดียวกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร โดยในปีเปิดให้บริการ พ.ศ. 2568 จัดเก็บค่าผ่านทางส าหรับรถ 4 ล้อ/รถ 6-10 ล้อ/รถมากกว่า 10 ล้อ ในอัตรา 50/75/110 บาทต่อคัน ตามลำดับ
 
รูปที่ 1.1-12 อาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทางของโครงการ
 
รูปที่ 1.1-13 จุดที่ 1 อาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทาง บริเวณพื้นที่สีเขียว (สนามหญ้า) บนพื้นที่เช่าของ ปตท.
 
รูปที่ 1.1-14 จุดที่ 2 อาคารควบคุมด่านเก็บค่าผ่านทาง บริเวณทางแยกต่างระดับอาจณรงค์ (ด่านอาจณรงค์ 3)
 
7.  ระบบควบคุมความปลอดภัยด้านจราจร
 
               ระบบควบคุมความปลอดภัยด้านจราจรส าหรับโครงการนี้ประกอบด้วย โทรศัพท์ฉุกเฉินตาม แนวสายทาง กล้อง CCTV และป้าย Variable Message Sign (VMS) เพื่อแจ้งข้อความที่จ าเป็นต่อผู้ใช้ทาง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับศูนย์ควบคุมจราจรของทางพิเศษเฉลิมมหานคร
 
8.  ระบบควบคุมความปลอดภัยด้านจราจร
        แผนการดำเนินโครงการคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการฯ ในปี พ.ศ. 2566 และเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2568